สำนักกายสิทธิ์ > หอคัมภีร์ ไสยศาสตร์ กายสิทธิ์

ดาบสรีกัญไชยกับพระขรรค์ไชยศรี

<< < (2/2)

zenie:
ยันต์ดาบสรี๋กัญชัย คือหนึ่งในพญาแห่งยันต์....(ครูบาขันแก้วว่า..ถ้าเอายันต์นี้ลงพระขรรค์ จะเรียกว่า พระแสงขรรค์ชัยศรี)

นับย้อนกลับมาถึงการสร้างดาบสรี๋กัญชัย ที่ว่ามีตำราสืบทอด(ถ้าไม่นับของครูบาขันแก้ว ที่รับการสืบทอดยันต์ดาบสรี๋กัญชัย จากตำราของพ่อขุนผาเมืองที่พ่อขุนเม็งรายนำมาซ่อนไว้)จากปั๊บสาหลายฉบับทำให้รู้ว่า อักขระ และยันต์ใดๆก็ตามที่ลงไว้ในดาบ ไม่ว่าจะด้วยพุทธคุณใดๆก็ตาม จะปราบผี ข่มคุณไสย มหาอำนาจ กันสิ่งไม่ดี เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข ทางภาคเหนือจะเรียกว่าดาบสรี๋กัญชัย ทั้งสิ้น เพราะด้วยตำราต้นฉบับ(ของพ่อขุนผาเมือง)ได้หายสาบสูญจนกลายเป็นตำนานเรื่องดาบวิเศษ เลยทำให้หลายๆที่จึงคิดค้น และรจนามาผูกเป็นยันต์ดาบสรี๋กัญชัยใหม่ ที่เห็นๆปั๊บสาของทางภาคเหนือและค้นคว้ามาน่าจะมีไม่ต่ำกว่า30ตำราที่ว่าด้วยการสร้างยันต์ดาบสรี๋กัญชัย ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก พะเยา เชียงราย อุตรดิตถ์(บางบ้านที่สืบตำรามาก็มี) และการลงอักขระจะแตกต่างกัน ส่วนบทเสกพระคาถาที่หลายๆครูบาอาจารย์ท่านก็ได้นำบทสวดมนต์ของผูกธรรมชื่อ บทไชยะสังคหะคาถา ในพระธรรมคาถานี้ท่านก็ได้กล่าวถึงดาบวิเศษสรี๋กัญชัยเช่นกัน และบางตำรางก็ว่าด้วย หนึ่งในพระคาถา ปโชตา บทที่12 ที่เป็นพระเวทย์ใช้เสกดาบวิเศษ

การลงยันต์อาจจะลงยันต์เช่น จั๋กขะวุธหลวง หรือลงคาถาดาบพระเจ้า อาวุธพระอินทร์ บางตำราจะลงคาถาอื่นแตกต่างกันออกไป อักขระที่ลงในดาบอาจจะเพี้ยนกันไปตามพื้นแตกต่างกันไม่กี่ตัวเช่น

1.ปะติสะ อิสวาสุ อิทานังฯ – ปะติสะ อิสวาสุ อินตานังฯ

2.โยเวติวาวัง กังละลาก๊ะโต๋ฯ – โยเวโววะกัง ก๋าลังก๊ะโต๋ฯ

3.อมสัปเปเวสสุวัณโณ อาวุธธา วุธิธัง สัปเปเตวา ปิศาเตวา อัปป๋ะรายันตุ๋ฯ

– อมสัปป๊ะเวสสุวัณโณ อาวุธธัง วุธธิยัง สัปเปเตวา จ๋ะ ปิศาต๋า อัปป๋ะรายันตุ๋ฯ

4.เวสสุวัณโณ มหาราจา จ๊ะตุ๋โลก๋า อาวุธธานัง กัสสะ อ๋ะมุมหิ๋ โอก๋าเสติ ถาหิ๋

– เวสสุวัณโณ มหาราจา จ๊ะตุ๋โลเก๋ อาวุธธะนัง กัสสะ อ๋ะอุ่งหิ๋ โอก๋าเสติ ถาหิ๋

ถ้ามาลองวิเคราะห์กันจริงๆแล้วคาถาลงดาบอาจจะเพี้ยนกันไปตามที่สืบทอดกันมาด้วยเหตุเพราะการคัดลอกนั่นเอง และนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญของดาบสรี๋กัญชัย หากแต่อยู่ที่อำนาจจิต และพิธีที่บริสุทธิ์

นี่เป็นแค่ตัวอย่างบางคาถาที่ลงในดาบ สรี๋กัญชัย

แม้กระทั่งพระเจ้าติโลกราชพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยพระบารมีแห่งล้านนาเองก็เคยได้ยินตำนานเรื่องดาบวิเศษ ท่านก็เลยให้พระเถรานุเถระพระอาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษในสมัยนั้นแต่งพระยันต์ดาบสรี๋กัญชัยนี้ขึ้นมาใหม่

การสร้างดาบสรี๋กัญชัย

นับเป็นเรื่องที่ใหญ่มากเวลาจะสร้างดาบ สรี๋กญชัย หรือ พระแสงขรรค์ชัยศรี ต้องหาฤกษ์ ยามงามดี วันแข็ง เช่นวันพญาวัน หรือ ขึ้น15ค่ำเดือน8(เหนือ) หรือวันเสาร์5(เป็นต้น) ต้องมีการบอกกล่าวครูบาอาจารย์และสิ่งศักสิทธิ์ผู้เป็นใหญ่ก่อน มีเครื่องบายศรีตามตำราท่านระบุไว้ และบางตำราท่านกล่าวว่าจะทำครั้งละไม่เกิน1เล่ม(แต่ยุคหลังมีการจ้างโรงงานทำ แล้วมาให้หลวงพ่อเข้าพิธีปลุกเสก)เพราะว่าเป็นอาวุธวิเศษและฤกษ์ในการทำปลุกเสกท่านมีเวลาจำกัด

zenie:
ธัมม์มหาเวสสันดรชาดก ฉบับวิงวอนหลวง (ล้านนา)

มีกล่าวถึงดาบสรีกัญไชย ไว้หลายบทหลายตอน อาทิเช่น ในตอนที่พระเวสสันดร จำเป็นต้องจากบ้านเมืองมาบำเพ็ญพรตเป็นฤาษีอยู่ในป่า เมื่อเดินทางมาพบกัยอาศรมที่พระวิสุกัมม์เทวบุตร เนรมิตขึ้นถวายตามบัญชาของพระอินทร์ พร้อมเขียนจดหมายถวายอาศรมนี้แก่ผู้ปรารถนาจะบวชบำเพ็ญเพียรเป็นนักพรตฤาษี พระเวสสันดรเห็นดั่งนั้น จึงได้;

“...ก็เล็งหันลายสืออันวิสุกัมม์เขียนไว้ ท้าวไธ้ลวดยินดี ว่ากูนี้มาอยู่ป่า อินทาเจ้าฟ้าหากรู้ทัน ท้าวจักหันกูจักทุกข์ยาก ลำบากทางภาวนา จิ่งหื้อวิสุกัมม์มาแปงแต่ง ยังห้องแห่งปัณณศาลา เพิงมีชะแล ฯ ว่าอั้นแล้ว เจ้าก็วางสรีกัญไชยและธนูแก้ว แล้วก็แก้ผ้าขาวไว้ นุ่งผ้าเปลือกไม้พาดหนังเสือ ขอดชะฎาไว้เหนือเกศเกล้า นุ่งเพศเป็นเจ้าตาปสาระสี มีมือถือไม้เท้า เจ้าก็ออกมาจากศาลา เทียวไปมาในจงกมแล้ว ก็ออกมาสู่ลูกแก้วและราชะมัทที ร่ำงับอินทรีย์บ่เศร้า เป็นดั่งพระปัจเจกพุทธเจ้าตนบุญ นั้นแลฯ”

เมื่อครั้งที่พราหมณ์เฒ่าชูชก ได้กราบขอประทาน พระโอรส-ธิดา เจ้ากัญหาและชาลี จากพระเวสสันดรแล้ว จะได้นำตัวหน่อเจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์กลับไป พระโอรสธิดาขัดขืน พราหมณ์เฒ่าจึงฉวยไม้ขึ้นทุบตีเจ้ากัญหาและชาลีต่อหน้าพระพักตร์ของพระเวสสันดร เป็นเหตุให้ทรงขุ่นเคืองพระราชหฤทัยจนอยากจะบั่นคอพรามห์เฒ่า ดังบทกลอนที่ว่า

“...เมื่อนั้น ความตริวิตก ก็เกิดมีแก่พระมหาสัตว์เจ้า อันรักลูกเต้าท่านหันผลาญ พระภูบาลจิ่งฅนิงใจเล่าว่า พราหมณ์กระทำแก่ลูกเต้ากูเหลือใจ กูบ่อาจธำรงตนอยู่ได้ ร้อนวู่ไหม้หัวใจกู มากูจักไปตามพราหมณ์ผู้นี้ แล้วข้าหื้อตายหงายไว้แล้ว เอาลูกแก้วพ่อฅืนมาเทอะคาฯ กูจักถือเอากงธนูข้างก้ำซ้าย ฅะฅ้ายวาดยิงพราหณ์ จักถอดเอาสรีกัญไชยงามเถี่ยนกล้า ไปไล่ข้าหื้อพราหมณ์ตายและคา ฯ มันมาขอเอาดายบ่ได้ซื้อ กูหากหื้อด้วยง่ายปันดี มันพ้อยมาตีลูกกูต่อหน้า โอ๋ยนอ….. อิ่นดูลูกแก้งพ่อถนัดใจ เช่นและนาฯ”

และในท้ายที่สุด ในกัณฑ์ที่ ๑๓ (นครกัณฑ์) เมื่อพระเวสสันดรและพระนางมัทรี จะได้เสด็จนิวัติพระนคร ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของบรรดาเสนาข้าอำมาตย์และไพร่ฟ้าชาวเมือง เมื่อพระเวสสันดรได้สระสรงองค์ลาเพศฤาษีแล้วก็ทรง

“... พระยาเวสสันตระนรินทร์ ได้ยินข่าวสารเรียงราบ ชาวเมืองมากราบนิมนต์ ก็ชำระตนผ่านเผ้า ละเครื่องเจ้าระสี ทรงเพศดีชื่นย้าว เข้าเครื่องท้าวลวดดูงาม เสนาหลามไหลหลาก ชุด้าวคั่งกันมา หมู่พราหมณามวลมาก พร้อมทุกปากถวายพร ตุริยนนตรีดังซะซ้าว ผับด่านด้าวปูนฟัง เสียงดังครางเกิดก้อง ดั่งเมฆร้องที่สาคร นายกุญชรผ่านแผ้ว ประดับช้างแก้วเรียงราย นำมาถวายบาทไธ้ ที่จิ่มใกล้พระนรินทร์ พระภูมินทร์เลิศแล้ว สะพายดาบด้ามแก้วสรีกัญไชย รังษีใสหลายสิ่ง เป็นเจ้ายิ่งสามานย์ ขึ้นนั่งช้างสารตัวองอาจ กระพุ่มฉัตร์ดาดมุงบน อันว่าตนอามาตย์หกหมื่น หน้าช้อยชื่นชุฅน สหชาตาอันเกิดมากับตนพระบาท เข้าเครื่องอาจดูฅาน เป็นปริวารแวดล้อม อ้อมตีนช้างทุกพาย นางสรีวิกัญญา พร้อมทุกภาคนานา ชวนกันมาชุด้าว ทังลูกท้าวและพระยา นายเสนาและอามาตย์ ประชานราษฏร์เศรษฐี ก็นิมนต์มัททีสรีหนุ่มเหน้า อาราธนาเจ้าสิกลง แล้วสรงเกล้าเกษ อันว่าราชาภิเสกเบิกบายสรี หดหล่อดีเลิศแล้ว ควรเป็นนางแก้วเทียมเมือง และนาฯ”

ธัมม์มหาเวสสันดรชาดก ฉบับวิงวอนหลวง (ล้านนา) ในส่วนที่กล่าวถึงดาบสรีกัญไชย ยังมีอีกมาก แต่ขอนำเสนอเพียงสังเขปไว้เท่านี้ ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า ดาบสรีกัญไชย เป็นทั้งอาวุธคู่พระวรกายของเชื้อกษัตริย์ และยังเป็นเครื่องประกอบพระยศขององค์พระเวสสันดรอีกด้วย

devilmaycry:
ขอบคุณครับ อ.กิจ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version